พฤษภาคม 20, 2022
เผยราค่ารักพยาบาล 3 โรคยอดฮิตของคนไทย

เผยค่ารักษา 3 โรคยอดฮิตของคนไทย

เจ็บป่วย เป็นเรื่องธรรมชาติจริงหรือ? ในเมื่อบางคนแก่ตัวไปกลับมีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาก่อกวน แต่บางคนกลับมีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆถามหา เพราะเมื่ออายุมากขึ้น โรคภัยก็รุมเร้า จากที่เป็น 1 โรค ก็ขยับขยายมาเป็นอีก 2-3 โรค เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคที่เป็นอยู่ เช่น หากเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหรือเบาหวานก็มักจะตามมาติดๆ และแน่นอนว่าเมื่อเราป่วยเป็นโรคเหล่านี้ เราก็ย่อมต้องเข้ารับการรักษา ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือบิลค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูค่ารักษาพยาบาลกับ 3 โรคยอดฮิตของคนไทยกัน

1.โรคความดันโลหิตสูง
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะอยู่ที่ประมาน 500 – 3,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่ายาในการรักษา ตามที่แพทย์สั่ง อย่างไรก็ตามในการทานยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยไม่ควรหยุดทานยาเอง ควรทำตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่างๆ

2.โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจะหมดไปกับค่าอินซูลิน ซึ่งเป็นค่ารักษาที่ไม่ได้สูงมาก แต่ที่น่ากลัวและควรระวังก็คือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อย่างที่เรารู้กันดีว่า ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แผลจะหายยาก ถ้าหากเกิดบาดแผลที่เท้า แล้วไม่รีบรักษา ก็อาจจะต้องตัดนิ้วเท้า ทำให้มีค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้เพิ่มด้วย
–  อุปกรณ์ในการกรวดน้ำตาล ราคาเริ่มอยู่ทีประมาณ 900 – 4,000 บาท
–  ค่ายาในการรักษา ราคาเริ่มอยู่ทีประมาณ 400 – 7,000 บาท

3.โรคหัวใจ
เรียกได้ว่าเป็นโรคที่ใช้ค่าใช้จ่ายเยอะที่สุดในบรรดา 3 โรคนี้ ส่วนวิธีในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น
–  การใส่ขดลวดขยายหลอดเลือด ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาน 45,000 – 180,000 บาท
–  การผ่าตัดลิ้นหัวใจ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาน 130,000 – 300,000 บาท
– การทำบอลลูนหัวใจ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาน 100,000 – 300,000 บาท
–  การทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาน 680,000 – 850,00 บาท
*หมายเหตุ ค่ารักษาพยาบาลขึ้นอยู่ที่ความซับซ้อนของภาวะผู้ป่วยด้วย

แต่อย่าลืมนะคะว่า นอกจากค่ารักษาแล้ว เราต้องคำนึงถึงค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการ และค่าอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลต่างๆ ด้วย และนี่เป็นเพียงการคำนวณคร่าวๆ เพราะโรงพยาบาลแต่ละที่มีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ต่างกันออกไป โรงพยาบาลรัฐก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเอกชน

แต่จะดีกว่าไหมถ้าวันนี้เราดูแลสุขภาพให้ดี หมั่นออกกำลังใจ กำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใส่อยู่เสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานแต่ของที่มีประโยชน์ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคภัยเหล่านี้ มันคงจะดีถ้าเราได้ใช้เงินที่เราเก็บมาทั้งชีวิตไปกับการเที่ยว การดูแลตัวเอง ดีกว่าต้องใช้เงินไปกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงมากๆ นั่นเองค่ะ